สมการ value
คำว่า value ที่เราได้ยินกัน จริง ๆ แล้วประกอบด้วยอะไรบ้าง — แจกแจงเป็นสมการที่เอาไปใช้ออกแบบของที่มีคุณค่าได้จริง

คำว่า value ที่เราได้ยินกัน มันประกอบด้วยอะไรบ้าง
เราชอบได้ยินคำพูดประมาณว่า การทำธุรกิจ เราต้องสร้าง value นะ ต้องส่งมอบ value นะ หรือบางที ก็เป็นเวลาบอกว่า ของสิ่งนี้มันมี value ของสิ่งนั้นไม่มี value
แล้วคำว่า value ที่กำลังพูดถึง คืออะไรล่ะ หลายครั้งมันชอบเป็นภาพฟุ้ง ๆ ในอากาศ แล้วเราสามารถทำให้มันออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ยังไงบ้าง
จากวีดิโอของ Alex Hormozi ได้นิยามสมการของสิ่ง ๆ นี้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจมาก เขาบอกไว้ว่า

โดยจากสมการข้างบน จะแยกออกมาได้ 4 ตัวแปร ได้แก่
Dream
การมุ่งไปสู่จุดมุ่งหมาย ที่ผู้คนวาดฝันเอาไว้ในใจ
โดยคนนึงก็มีได้หลาย dreams และแต่ละ dream ก็มีน้ำหนักไม่เท่ากัน เช่น ถ้าสามารถขอพรได้ ระหว่าง ทำให้ร่ำรวย กับทำให้สุขภาพดี คนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่า ก็จะเลือกข้อหลัง
มองอีกมุม มันคือเราสร้าง impact อะไรให้กับเขา
Perceive Likelihood of Achievement
คนจะเชื่อว่าสิ่งที่เขายอมจ่ายไป จะนำไปสู่การบรรลุผลลัพธ์มากแค่ไหน
สมมติเราอยากลดน้ำหนัก แล้วมีตัวเลือกคือ E-book เกี่ยวกับการลดน้ำหนักราคา 3000 บาท กับ คอร์ส personal training ลดน้ำหนักราคา 5000 บาท
เราสามารถบอกได้ทันทีว่า E-book นี้มันแพง และคอร์ส personal training นี้มันถูกมาก แต่พอเอามาวางเทียบกัน คอร์ส training ราคามากกว่าเห็น ๆ เลย
เป็นเพราะเราเชื่อว่า การได้ไป training มันมีแนวโน้มที่จะหุ่นเราจะดีขึ้น มากกว่าการซื้อ E-book เฉย ๆ เราเลยให้ value มันมากกว่า
จะเห็นได้ว่า Dream และ Perceive Likelihood of Achievement เป็นสิ่งที่เป็นไปในทางบวก อยู่ด้านบนของเศษส่วน หมายความว่าเป็นสิ่งที่เราต้องเพิ่ม
ต่อมา มาดูสิ่งที่เป็นตัวหารของสมการ ที่จะมาลดค่า value ของเรากันบ้าง
Time
ช่วงระยะเวลา นับตั้งแต่ตอนที่ซื้อ จนถึงตอนที่เราได้ benefit ที่ควรจะได้ สามารถแบ่งเป็น 2 แบบ คือ
- Micro — ระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน เช่น ถ้าสมัครคอร์ส training เราต้องใช้เวลาไปยิม วันละ 1 ชั่วโมง ต้องใช้เวลาทำอาหาร มื้อละ 30 นาที
- Macro — ระยะเวลาที่ใช้ตลอดกระบวนการทั้งหมด ที่เราต้องใช้ เช่น กรณีคอร์ส training เราต้องไปยิม ทำอาหาร แบบนี้เรื่อย ๆ ทั้งหมด 18 เดือน ถึงจะได้หุ่นที่เราต้องการ
Effort & Sacrifice
Effort
การต้องเริ่มลงมือทำสิ่งที่ไม่อยากทำ เช่น ถ้าอยากหุ่นดี ต้องเริ่มออกกำลังกาย ต้องเริ่มกินอาหารดี ๆ ซึ่งปกติไม่เคยทำเลย
Sacrifice
การทำสิ่งที่อยากทำไม่ได้ เช่นต้องลดของทอดของมันนะ ต้องลดน้ำตาลนะ จากที่ปกติ ต้องกินทุกวัน
จะเห็นได้ว่า Time กับ Effort & Sacrifice มันคือ cost เวลา และ กำลัง ที่เราต้องเสียเพิ่มเติมจาก เงิน ที่จ่ายไปนั่นเอง เข้าคอนเซ็ป 3 resources of life นี่ เกริ่นไว้ก่อนเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังวันหลัง
โดย Alex บอกว่า จากสมการนี้ การจะทำให้ value มีค่าสูงที่สุด ต้องทำให้เกิด
“การทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ให้สามารถเป็นจริงได้แน่นอน และทันที โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย”
ถ้าเอามาโยงกับคอร์ส personal training ของเรา จะประมาณว่า คอร์สนี้ กดซื้อปุ๊บ หุ่นดีปั๊บ อย่างกับของวิเศษโดราเอม่อน
ถ้าทำได้จริง คนจะให้ value กับมันอย่างมหาศาล เท่าไรก็ยอมจ่าย